... กำลังดำเนินการเพิ่มเนื้อหา เร็ว ๆ นี้...
VLOOKUP
Lookup & Reference
ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางแนวตั้ง โดยอิงจากค่าในคอลัมน์แรกที่กำหนด
=VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, [range_lookup])
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| lookup_value | จำเป็น | ค่าที่ต้องการนำไปค้นหาในคอลัมน์แรกสุดของตารางข้อมูล |
| table_array | จำเป็น | ช่วงตารางข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการให้ Excel ไปค้นหา (เช่น A2:D100) |
| col_index_num | จำเป็น | ลำดับคอลัมน์ของข้อมูลที่ต้องการนำมาแสดงผล (นับจากคอลัมน์แรกของตารางเป็น 1) |
| [range_lookup] | ไม่จำเป็น | ใส่ FALSE (หรือ 0) เพื่อค้นหาแบบตรงกันเป๊ะ หรือ TRUE (หรือ 1) เพื่อค้นหาแบบใกล้เคียง |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=VLOOKUP(A2, C2:E50, 3, FALSE)
: ค้นหารหัสสินค้าในเซลล์ A2 จากตารางช่วง C2:E50 แล้วดึงข้อมูลในคอลัมน์ที่ 3 ออกมา
IF
Logical
ใช้สำหรับทดสอบเงื่อนไขทางตรรกะ และคืนค่าที่ต่างกันตามผลลัพธ์ที่เป็นจริงหรือเท็จ
=IF(logical_test, value_if_true, [value_if_false])
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| logical_test | จำเป็น | เงื่อนไขเปรียบเทียบที่ต้องการตรวจสอบ (เช่น B2 >= 50) |
| value_if_true | จำเป็น | ค่าหรือข้อความที่ต้องการให้แสดงผล หากเงื่อนไขเป็นจริง |
| [value_if_false] | ไม่จำเป็น | ค่าหรือข้อความที่ต้องการให้แสดงผล หากเงื่อนไขเป็นเท็จ (ถ้าไม่ใส่จะแสดง FALSE) |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=IF(B2>=50, "ผ่าน", "ไม่ผ่าน")
: ตรวจสอบว่าคะแนนใน B2 ถึง 50 หรือไม่ ถ้าถึงแสดง "ผ่าน" ถ้าไม่ถึงแสดง "ไม่ผ่าน"
INDEX & MATCH
Advanced Lookup
การใช้ 2 สูตรค้นหาร่วมกันแบบยืดหยุ่น เหนือกว่า VLOOKUP เพราะค้นหาข้อมูลจากขวาไปซ้ายได้
=INDEX(return_array, MATCH(lookup_value, lookup_array, [match_type]))
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| return_array | จำเป็น | ช่วงคอลัมน์ของ คำตอบ/ผลลัพธ์ ที่ต้องการดึงออกมาแสดงผล |
| lookup_value | จำเป็น | ค่าที่ต้องการนำไปค้นหา (เงื่อนไขในการค้น) |
| lookup_array | จำเป็น | ช่วงคอลัมน์ที่ต้องการนำเงื่อนไขไปกวาดค้นหา |
| [match_type] | ไม่จำเป็น | ใส่ 0 เพื่อค้นหาแบบตรงกันทุกประการ (Exact Match) |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=INDEX(A2:A100, MATCH(E2, B2:B100, 0))
: ค้นหาค่า E2 ในช่วง B2:B100 แล้วคืนค่าผลลัพธ์ที่ตรงตำแหน่งกันจากคอลัมน์ A2:A100
SUM
Math & Trig
ใช้สำหรับการหาผลรวมของตัวเลขทั้งหมดในช่วงเซลล์ที่กำหนด
=SUM(number1, [number2], ...)
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number1 | จำเป็น | ตัวเลข ช่วงเซลล์ หรืออ้างอิงเซลล์แรกที่ต้องการหาผลรวม |
| [number2], ... | ไม่จำเป็น | ตัวเลข หรือช่วงเซลล์เพิ่มเติมที่ต้องการบวกเพิ่ม (ใส่ได้สูงสุด 255 ตัว) |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=SUM(A1:A10)
: คำนวณหาผลรวมตัวเลขทั้งหมดในช่วงเซลล์ A1 ถึง A10
SUMIF
Math & Trig
ใช้สำหรับหาผลรวมของข้อมูลเฉพาะแถวที่ผ่านเงื่อนไขเพียง 1 เงื่อนไข
=SUMIF(range, criteria, [sum_range])
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| range | จำเป็น | ช่วงเซลล์ที่ต้องการนำมาตรวจสอบกับเงื่อนไข |
| criteria | จำเป็น | เงื่อนไขที่ใช้กรองข้อมูล (เช่น ">100", "Bangkok", B2) |
| [sum_range] | ไม่จำเป็น | ช่วงเซลล์ที่ต้องการนำตัวเลขมาบวกกัน (ถ้าไม่ใส่จะใช้ช่วง range ในการบวก) |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=SUMIF(A2:A50, "BKK", C2:C50)
: ผลรวมค่าใน C2:C50 เฉพาะแถวที่ A2:A50 มีค่าเท่ากับ "BKK"
SUMIFS
Math & Trig
ใช้สำหรับหาผลรวมของข้อมูลโดยสามารถระบุเงื่อนไขได้หลายเงื่อนไขพร้อมกัน
=SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| sum_range | จำเป็น | ช่วงเซลล์ตัวเลขที่ต้องการนำมาหาผลรวม (อยู่อันดับแรกต่างจาก SUMIF) |
| criteria_range1 | จำเป็น | ช่วงเซลล์สำหรับเช็กเงื่อนไขที่ 1 |
| criteria1 | จำเป็น | เงื่อนไขที่ 1 ที่ต้องการใช้ตรวจสอบ |
| [criteria_range2...] | ไม่จำเป็น | ช่วงเซลล์และเงื่อนไขชุดที่ 2, 3, ... ที่ต้องการใส่เพิ่ม |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=SUMIFS(D2:D100, A2:A100, "BKK", B2:B100, ">500")
: หาผลรวมยอดใน D2:D100 ที่สาขาเป็น BKK และยอดขายมากกว่า 500
MAX / MIN
Statistical
ใช้สำหรับหาค่าสูงที่สุด (MAX) หรือค่าต่ำที่สุด (MIN) จากช่วงตัวเลขที่กำหนด
=MAX(number1, [number2], ...) / =MIN(number1, [number2], ...)
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number1 | จำเป็น | ตัวเลข หรือช่วงเซลล์ที่ต้องการนำมาเปรียบเทียบหาค่าสูงสุด/ต่ำสุด |
| [number2], ... | ไม่จำเป็น | ช่วงตัวเลขเพิ่มเติมที่ต้องการใส่เปรียบเทียบ |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=MAX(B2:B50) และ =MIN(B2:B50)
: คืนค่าคะแนนที่สูงที่สุด และต่ำที่สุดจากข้อมูลช่วง B2 ถึง B50
AVERAGE
Statistical
ใช้สำหรับคำนวณหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ของชุดตัวเลข
=AVERAGE(number1, [number2], ...)
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number1 | จำเป็น | ช่วงเซลล์ หรือตัวเลขแรกที่ต้องการนำมาหาค่าเฉลี่ย |
| [number2], ... | ไม่จำเป็น | ช่วงตัวเลขเพิ่มเติมที่ต้องการบวกเพื่อหาค่าเฉลี่ย |
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=AVERAGE(C2:C30)
: คำนวณหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขทั้งหมดในช่วง C2 ถึง C30
TODAY
Date & Time
ใช้สำหรับดึงวันที่ปัจจุบันของเครื่องคอมพิวเตอร์มาแสดงผล (อัปเดตอัตโนมัติทุกวัน)
=TODAY()
| ส่วนประกอบ | สถานะ | คำอธิบาย |
|---|---|---|
สูตรนี้ไม่มีวงเล็บรับพารามิเตอร์ภายใน แต่ต้องใส่เครื่องหมาย () ต่อท้ายเสมอ | ||
💡 ตัวอย่างการใช้งาน:
=TODAY()
: แสดงวันที่ปัจจุบัน
=TODAY() - A2 : คำนวณจำนวนวันที่ผ่านมา โดยนำวันที่ปัจจุบันไปลบกับวันที่ในเซลล์ A2